ผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครอง

             ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า บุคคลที่ยังเป็นผู้เยาว์นั้นจะให้บิดามารดาเป็นผู้คุ้มครองดูแลปกป้อง อย่างไรก็ดีหากบิดามารดาตายหรือหายไปไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ไหนหรือถูกถอนอำนาจการปกครองก็จำเป็นที่จะต้องมีบุคคลอื่นมาทำหน้าที่แทนบิดามารดา บุคคลเช่นว่านี้คือผู้ปกครอง ผู้ปกครองจะต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะที่ศาลตั้งขึ้นเพื่อมีหน้าที่ในการปกครองผู้เยาว์ โดยการใช้ดุลยพินิจของศาลในการตั้งจะคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของผู้เยาว์เป็นสำคัญ

             เมื่อมีจุดเริ่มต้น ก็ต้องมีจุดสิ้นสุด ความปกครองข้างต้นจะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อผู้เยาว์หรือผู้อยู่ใต้ปกครองตายหรือได้บรรลุนิติภาวะแล้ว เพราะความจำเป็นที่จะต้องมีผู้ปกครองย่อมหมดสิ้นไป ซึ่งรวมไปถึงการที่ศาลมีคำสั่งถอนผู้ปกครองเนื่องจากใช้อำนาจโดยมิชอบหรือประมาทเลินเล่อทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เยาว์ด้วย แต่อย่างไรก็ตามหากว่าความปกครองระหว่างผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้การปกครองสิ้นสุดด้วยสาเหตุว่าผู้เยาว์นั้นกลายเป็นบุคคลวิกลจริตซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถแล้ว ความปกครองก็จะถูกถ่ายโอนไปให้กับผู้อนุบาลที่จะเข้ามาดูแลคุ้มครองปกป้องผลประโยชน์ โดยผู้อนุบาลนั้นก็จะมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกันกับผู้ปกครองที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นด้วย

             อย่างไรก็ดี เรื่องที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้ปกครองคือ การทำความเข้าใจกับสิทธิและหน้าที่ระหว่างผู้ปกครองกับผู้อยู่ใต้การปกครอง ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้ว่า ผู้ปกครองต้องทำบัญชีทรัพย์ของผู้อยู่ใต้ปกครองให้ศาลยอมรับก่อนที่ผู้ปกครองจะจัดการใดๆเกี่ยวกับทรัพย์ของผู้อยู่ใต้ปกครองทั้งนี้หากว่าผู้ปกครองมีหนี้ที่ให้คุณหรือโทษกับผู้ใต้ปกครองก็จะต้องแจ้งให้ศาลรับทราบด้วย ส่วนในเรื่องการดูแลอุปการะผู้เยาว์ ผู้ปกครองมีอำนาจดั่งเช่นบิดามารดาของผู้เยาว์แต่จะต้องใช้จ่ายเงินของผู้เยาว์เฉพาะเพื่อการอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่ผู้อยู่ใต้ปกครองเท่านั้น ส่วนเงินที่เหลือจะต้องนำไปลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้ผู้เยาว์ต่อไป เช่น การซื้อพันธบัตรรัฐบาล ในทางตรงกันข้ามแม้ว่ากฎหมายจะให้สิทธิผู้ปกครองในการดูแลผู้เยาว์ดั่งเช่นบิดามารดา แต่ผู้เยาว์หรือผู้อยู่ใต้ปกครอง ไม่มีหน้าที่ในการเลี้ยงดูผู้ปกครองเป็นการตอบแทนหรือให้บำเหน็จแต่อย่างใด เพราะการทำหน้าที่ของผู้ปกครองคือการเสียสละเพื่อผลประโยชน์ของญาติและสังคมส่วนรวม

            ในการดูแลคุ้มครองผู้เยาว์ เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถใช้สิทธิและปฏิบัติหน้าที่ในการคุ้มครองได้โดยสะดวกและไม่ต้องกังวลว่าจะต้องขออนุญาตใครก่อน ดังนั้นจำนวนผู้ปกครองที่จะมีได้ในคราวหนึ่งจะต้องมีเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้หากมีเหตุสมควรศาลจะตั้งผู้ปกครองหลายคนก็ได้ และเมื่อศาลมีคำสั่งความเป็นผู้ปกครองก็จะเริ่มตั้งแต่วันที่บุคคลนั้นได้ทราบคำสั่งของศาล