หมิ่นประมาท

             อย่างที่ทราบกันดี ทุกวันนี้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้นในทุกเพศ ทุกวัย  การแสดงความรู้สึกหรือการโพสต์ข้อความใดๆลงในอินเทอร์เน็ต  เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก   ยิ่งมีบทบาทมากขึ้นเท่าไหร่ เรายิ่งควรศึกษา และตระหนักถึงประโยชน์และผลกระทบที่จะเกิดหลังการโพสต์ข้อความลงสู่สายตาสาธารณชนชาวเน็ต

            “เฟซบุ๊ก” เป็นสื่อสังคมออนไลน์ประเภทหนึ่งที่ส่งสารถึงผู้รับในวงกว้างและรวดเร็วที่สุด  เรียกได้ว่ามีอิทธิพลมากที่สุดประเภทหนึ่งในขณะนี้ วันนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์  โดยเราจะขอยกเนื้อหาจากเหตุการณ์จริงที่บริษัทได้ให้บริการในฐานะทนายความเมื่อเร็วๆนี้

           “ Ms.A (นามสมมุติ) โพสต์กล่าวหา  Ms.B (นามสมมุติ) ทางเฟซบุ๊ก ตั้งแต่ปี 2559 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยกล่าวหาว่า  Ms.B ได้ทรมานสัตว์จนตาย เช่น  ปล่อยให้อดอาหาร รวมถึงมีพฤติกรรมการขโมยสัตว์   ซึ่งไม่เป็นความจริง  Ms.Bไม่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าว ในทางกลับกัน  Ms.B ได้เป็นอาสาสมัครในการสงเคราะห์สัตว์ ด้วยการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ และพาสัตว์ไปรักษา  การกระทำของ Ms.Aทำให้   Ms.Bเสียหายโดยบุคคลที่สามได้รับทราบ ได้อ่านข้อความทางเฟซบุ๊ค ดูถูกและเกลียดชัง Ms.Bและก่อให้เกิดความเสียหายทางแพ่งแก่ Ms.B อย่างมาก”

            จากเหตุการณ์ดังกล่าว การกระทำของ Ms.A ผิดประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์  ซึ่งเราควรศึกษาไว้เพื่อจะได้ไม่มือไวใจไว ขาดความยั้งคิด  กระทำผิดกฎหมาย โพสต์ข้อความหมิ่นประมาทคนอื่นเข้า

            หมิ่นประมาท  คือ การใส่ความผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ เช่น พูด เขียน พิมพ์ข้อความ หรือแสดงกริยาต่างๆ โดยการใส่ความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกระทำให้บุคคลที่สามรับทราบ ซึ่งเป็นการกระทำให้ผู้ถูกใส่ความนั้น ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณ

ความผิดทางอาญา

             หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา คือ ความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น

ความผิดทางแพ่ง 

            ละเมิด คือ   การกระทำใด ๆ ของบุคคลหรือการกระทำที่อยู่ในความรับผิดชอบของบุคคล อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น อาจเป็นการกระทำของตนเอง การกระทำของบุคคลอื่น หรือความเสียหายที่เกิดจากทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองดูแล ผู้ได้รับความเสียหายนั้นชอบที่จะได้รับการเยียวยา โดยการเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทน หรือเรียกร้อง ให้ผู้ละเมิดปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติ ในลักษณะอื่น ๆ แล้วแต่กรณี

               ความรับผิดทางอาญา และความรับผิดทางแพ่งมีข้อแตกต่าง ความรับผิดทางอาญา ผู้กระทำผิดต้องรับโทษจำคุกและโทษปรับ  ความรับผิดทางแพ่ง ผู้กระทำต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ประการสำคัญที่สุด คือ หากข้อความที่กล่าวเป็นเรื่องเท็จ ผู้กระทำจะมีความผิดทางอาญา และต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง แต่ถ้าข้อความที่กล่าวเป็นจริง ผู้กระทำจะมีความผิดทางอาญา แต่ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง

             กรณีความผิดทางอาญา ในการหมิ่นประมาท จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ที่บัญญัติว่า

           "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ"

            หากนำข้อความ หรือภาพที่มีลักษณะหมิ่นประมาท ไปลงไว้ในสื่อสังคมออนไลน์ คนทั่วไปย่อมสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ อันเป็นลักษณะของการโฆษณาด้วยภาพ หรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด อย่างหนึ่ง ซึ่งในมาตรา 328 บัญญัติไว้ว่า

           "ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาท ได้กระทำโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์  ภาพ หรือ ตัวอักษรที่ทำให้ปรากฎ ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท"

           ผู้กระทำจะต้องได้รับโทษหนักกว่าการหมิ่นประมาทธรรมดามาตรา 326 เพราะการโฆษณาเป็นการทำให้ข้อความหรือภาพที่มีลักษณะหมิ่นประมาทกระจายไปสู่คนจำนวนมากกว่าและเร็วกว่าการหมิ่นประมาท ทั่วๆ ไป

           ดังนั้น การเขียนหรือโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทบุคคลอื่นบนอินเทอร์เน็ต  ล้วนเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์  มาตรา 14 นี้ทั้งนั้น  และเราควรต้องรู้ก็คือ  อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ แพร่ไปทั่วโลกและทั่วประเทศไทย  ยังผลให้การโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทจากต้นทางถึงปลายทาง สามารถย้อนรอย ตรวจสอบ สาวถึงตัวผู้กระทำผิดได้ ชนิดดิ้นไม่หลุด !!

            แล้วระยะเวลาของข้อความที่โพสต์จะหายไปหรือไม่ และถ้าถูกลบไปจะยังตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่ ??

           พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์  มาตรา 26 กล่าวไว้ว่า... ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจําเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินสองปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็น เพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการ และต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง…….

             “ การโพสต์ข้อความบนอินเทอร์เน็ตต้องระมัดระวังให้มาก  และเตือนตัวเองเสมอว่า กำลังท้าทายกฎหมาย เพราะถ้าไปโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทบุคคลอื่นเข้า  ผู้เสียหายสามารถแจ้งความดำเนินคดี หรือฟ้องร้องต่อศาลดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาได้ ”