ภาษีมูลค่าเพิ่ม : เข้าใจระบบ VAT และหน้าที่ของผู้ประกอบการ (ตอนที่ 1)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร?

              ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือ VAT)  คือ ภาษีอากรอีกประเภทหนึ่งตามประมวลรัษฎากร ที่เรียกเก็บจากการบริโภคของประชาชน โดยในปัจจุบันเราจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราคงที่  7% ของราคาขายสินค้าหรือบริการ ผู้ประกอบการจะทำหน้าที่เก็บจากลูกค้า แล้วนำภาษีมูลค่าเพิ่มไปชำระให้แก่กรมสรรพากร

              โดยทั่วไปหากเราซื้อสินค้าและบริการ หลังจากเราชำระเงินเราจะได้รับ “ใบกำกับภาษี” และหากเราลองสังเกตดีดี ในใบกำกับภาษีจะเห็นว่าจำนวนเงินที่เราชำระไปนั้นจะรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว อย่างเช่น เราซื้อกางเกงยีนส์ 1 ตัว ราคา 2,140  บาท หลังจากได้รับใบเสร็จ จะปรากฏราคากางเกงที่แท้จริงจำนวน 2,000 บาทและภาษีมูลเพิ่มที่บวกเข้าไปอีก 140 บาท จึงกลายเป็นราคากางเกงตามจำนวนเงิน 2,140 บาท ที่เราจ่ายไป

 

ใครเป็นผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

                 1. หากท่านเป็นผู้ประกอบกิจการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี  ท่านมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม

                2. กิจการบางประเภทอาจได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม นั่นก็แปลว่าผู้ประกอบการนั้นไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตามถึงแม้จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ก็สามารถจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้เช่นเดียวกัน

 


ภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่ต้นทุนของกิจการใช่ไหม?

                 กรณีที่กิจการเข้าหลักเกณฑ์ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มจะทำให้ต้นทุนของเราสูงกว่าคนอื่นหรือเปล่า เพราะหากกิจการของอีกฝ่ายไม่เข้าหลักที่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม ทางนั้นก็จะไม่มีต้นทุนในเรื่องนี้ภาษีนั้นถูกแยกออกจากราคาของสินค้าและบริการ และวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มโดยทั่วไปนั้นจะเรียกว่า วิธีภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ หรือ ถ้ามองภาพรวมในระบบภาษีแล้ว จะเห็นว่าฝ่ายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะได้เปรียบมากกว่า ถ้าหากมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว เพราะเงิน 70 บาทนั้น เรียกเก็บจากลูกค้า และภาษีซื้อจำนวน 35 บาทสามารถนำมาหักออกจากภาษีขายได้

 

1.jpg

              

               แต่ถ้ามองอีกภาพหนึ่ง สิ่งที่น่ากังวล คือ ราคาขายรวมภาษีมูลค่าเพิ่มที่แตกต่างกันจำนวน 70 บาท จะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจหรือไม่ในการซื้อ ซึ่งถ้าหากลองปรับให้เป็นราคาขายรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ 1,000 บาท สิ่งที่เปลี่ยนไปจะเป็นดังนี้ 

 

3.jpg

                ดังนั้นจะเห็นว่า ถ้าหากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะพยายามแข่งขันทางด้านราคา กำไรจะต่ำกว่าร้านค้าที่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่สิ่งหนึ่งที่ร้านจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะได้รับ นั่นคือ  โอกาสในการขยายกิจการให้มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี และการเติบโตในอนาคต

 


สาระน่ารู้และข้อมูลอ้างอิง : Flowaccount.com