ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตอนที่ 2 (ตอนจบ)

              หลังจากที่เราได้รู้และเข้าใจหลักการของภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายกันไปแล้ว  บทความนี้จะเราจะมาขยายความและอธิบายกรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแบบต่างๆกันเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
 

              ยกตัวอย่าง  การทำธุรกิจให้เช่าทรัพย์สิน  โดย “ผู้เช่า” มีหน้าที่จ่ายค่าเช่า เงินได้ประเภทนี้เรียกว่า “ค่าเช่า” เป็นประเภทเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 เราจะเรียกว่า “ผู้จ่าย”(จ่ายค่าใช้จ่าย)   อีกฝ่ายคือเจ้าของหรือผู้ดูแลทรัพย์สินเป็น “ผู้ให้เช่า” มีหน้าที่รับค่าเช่า ซึ่งเราจะเรียกว่า “ผู้รับ” แสดงว่าเป็นผู้มีรายได้และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามหลักกฎหมาย  โดยเราจะแบ่งการหักภาษี ณ ที่จ่ายออกระหว่าง 2 บุคคลออกเป็น 4 กรณี ได้แก่

 

กรณีที่ 1 -  บุคคลธรรมดา เป็นผู้จ่าย(ค่าใช้จ่าย) และ  บุคคลธรรมดา เป็นผู้รับ (มีรายได้และมีหน้าที่ต้องเสียภาษี)

              กรณีนี้ ผู้จ่ายก็เป็นบุคคลธรรมดา และ ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดว่า ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย นั่นแปลว่า ผู้จ่ายต้องไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
 

 

กรณีที่ 2 - บุคคลธรรมดา เป็นผู้จ่าย(ค่าใช้จ่าย) และ นิติบุคคล เป็นผู้รับ (มีรายได้และมีหน้าที่ต้องเสียภาษี)

              กรณีนี้ ผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดา และ ผู้รับเป็นนิติบุคคล กฎหมายกำหนดว่า ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย นั่นแปลว่า ผู้จ่ายต้องไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

 
 

กรณีที่ 3 - นิติบุคคล เป็นผู้จ่าย(ค่าใช้จ่าย)  และ บุคคลธรรมดา เป็นผู้รับ (มีรายได้และมีหน้าที่ต้องเสียภาษี)

             กรณีนี้ ผู้จ่ายก็เป็นนิติบุคคล และ ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดว่า ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 5  นั่นแปลว่า ผู้จ่ายต้องต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 5 หรือ 5% นั่นเอง


 

กรณีที่ 4 - นิติบุคคล เป็นผู้จ่าย(ค่าใช้จ่าย)  และ นิติบุคคล เป็นผู้รับ (มีรายได้และมีหน้าที่ต้องเสียภาษี)

              กรณีนี้ ผู้จ่ายก็เป็นนิติบุคคล และ ผู้รับก็เป็นนิติบุคคลเช่นเดียวกัน กฎหมายกำหนดว่า ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 5  นั่นแปลว่า ผู้จ่ายต้องต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 5 หรือ 5% นั่นเอง

 

หรือสรุปให้เข้าใจง่ายๆตามตารางนี้

Untitled.png

 

               อีกทั้งผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่จะต้องนำส่งแบบแสดงรายได้ทางภาษี หรือที่เรียกว่า ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 1-7 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่จ่ายเงินได้ และที่สำคัญ ผู้จ่ายจะต้องมีหลักฐานแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่เรียกว่า “หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย” มอบให้แก่ผู้รับเงินหรือผู้มีรายได้ด้วย และผู้รับจะต้องเก็บเอกสารฉบับนี้ไว้ให้ดี ซึ่งอาจใช้ในการลดหย่อนภาษีกรณีที่ถูกหักเกินกว่าภาษีที่ต้องจ่ายได้