เข้าใจเรื่อง“กำไร”ก่อนจะไปเสียภาษี ตอนที่ 3

การคำนวณภาษีนั้น กฎหมายกำหนดให้ธุรกิจจะต้องการหักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด และโดยปกติแล้วธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบบุคคลธรรมดา มักจะเลือกคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อ เสียภาษี ตามวิธีการ “หักเหมาค่าใช้จ่าย” มากกว่า “ค่าใช้จ่ายจริง” เนื่องจากมีความสะดวกมากกว่า

แต่หากเป็นนิติบุคคลนั้น อย่างที่เราทราบกันแล้วในบทความก่อนหน้านี้ การคำนวณกำไรสุทธิของนิติบุคคลนั้น จะคำนวณได้จาก
           
                                กำไรสุทธิทางภาษี    =   (รายได้ทางภาษี – ค่าใช้จ่ายทางภาษี)


ซึ่งการหลักการคำนวณนี้มาจากการปรับปรุงรายการกำไรสุทธิทางบัญชี 4 รายการ ดังนี้
 

1. รายได้ทางภาษี คือ รายการที่บัญชีไม่ได้ลงบันทึกเป็นรายได้ แต่ภาษีบอกว่าต้องเป็นบันทึกรายได้ เช่น หากเจ้าของบริษัทต้องการกู้ยืมเงินจากบริษัท แต่กู้ยืมไปโดยคิดดอกเบี้ยอะไรทั้งสิ้นเนื่องจากเห็นว่าเป็นบริษัทของตนเอง  แต่ในทางกลับกันเมื่อจะคิดกฎหมายภาษีจะบังคับเลยครับว่าต้องคิดดอกเบี้ย เนื่องจากเป็นรายได้ของ และการกู้ยืมเงินนั้นต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย

 
2. รายได้ยกเว้น คือ รายได้บางรายการ หลักการบัญชีถือเป็นรายได้ แต่หลักภาษีอากรจะไม่ถือเป็นรายได้ มีผลทำให้กำไรทางภาษีจะต่ำกว่ากำไรทางบัญชี เช่น กรณีที่มีรายได้เงินปันผลที่ได้จากบริษัทจำกัด มารวมคำนวณเป็นรายได้เพียงกึ่งหนึ่ง หรืออาจยกเว้นทั้งจำนวน 
 

3. รายจ่ายค่าใช้จ่ายต้องห้าม คือ หมายถึง รายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการของนิติบุคคลและได้มีการบันทึกบัญชีเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เกิดรายการ แต่ในทางภาษีไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ขอบเขตรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร
 

4. รายจ่ายที่หักได้เพิ่ม  คือ   รายจ่ายบางรายการ หลักภาษีอากรกำหนดให้หักเป็นรายจ่ายได้มากกว่าหลักการบัญชี มีผลทำให้กำไรทางภาษีต่ำกว่ากำไรทางบัญชี  นั่นคือ รายจ่ายทางบัญชีถูกหักออกไปเท่าไร รายจ่ายทางภาษีก็หักออกไปอีกเท่าตัว


สาระน่ารู้จาก Flowaccount