เข้าใจเรื่อง“กำไร”ก่อนจะไปเสียภาษี ตอนที่ 2

             กำไรประมาณนี้ ควรจะแจ้งสรรพากรและต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ดี... ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลต่างๆที่มีรายได้ถึงเกณฑ์กำหนดต้องตื่นตัวกับการยื่นแสดงรายได้และจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีให้กับกรมสรรพากร


             เงินได้สุทธิ หมายถึง จำนวนเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนแล้ว ที่จะต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษี  วิธีการคำนวณเงินได้สุทธิง่ายๆที่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลจะใช้หลักการเดียวกันคือ 


                          เงินได้สุทธิ (รายได้-ค่าใช้จ่าย-ค่าลดหย่อน) หรือ กำไรสุทธิ (รายได้-ค่าใช้จ่าย)       


                สำหรับบุคคลธรรมดา การคำนวณ “เงินได้สุทธิ” ที่มาจากการหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรนั้น จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
                1.  เป็นค่าใช้จ่ายตามปกติ มีความเกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจแต่ละประเภท
               2.  เป็นจำนวนที่สมควรและเหมาะสมแก่กิจการ
               3.  ไม่เป็นรายจ่ายที่กฎหมายห้ามมิให้หักเป็นรายจ่าย
               4. ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานการหักใช้จ่ายพร้อม ที่จะให้พนักงานตรวจสอบได้



                 ในส่วนของนิติบุคคล การคำนวณ  ”กำไรสุทธิ”  คำนวณจากรายได้เนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามมาตรา 65ทวิ และมาตรา 65ตรีแห่งประมวลรัษฎากร โดยให้ใช้เกณฑ์สิทธิ (รายได้ที่ได้เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใดแม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้น แม้จะยังไม่ได้ชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น มารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น) 

                   กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีไว้ ดังนี้

                   1. เงื่อนไขเกี่ยวกับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา การตีราคาทรัพย์สินและสินค้าคงเหลือ การจำหน่ายหนี้สูญ การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินปันผลในบางกรณี
                   2. รายจ่ายที่ห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าจะนำมาหักได้ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
                    3. ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่สำนักงานใหญ่ สาขา ฯลฯ เป็นการขายในประเทศ
                   4. วิธีการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี ในกรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนเลิกกัน หรือควบเข้ากัน

 

สรุป หลักการคำนวณ เงินได้สุทธิของบุคคลธรรมดาและกำไรสุทธิของนิติบุคคลนั้น จะคำนวณได้ดังนี้

                   เงินได้สุทธิของบุคคลธรรมดา     =        (เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี
                               กำไรสุทธิทางภาษี      =        (รายได้ทางภาษี – ค่าใช้จ่ายทางภาษี)


 

              ดูจะมีความยุ่งยากไม่น้อย สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้ทั้งสองประเภท แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการทั้งหลายยังต้องทำความเข้าใจกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากท่านใดพอจะมีเวลาก็จำเป็นต้องศึกษาเรื่องนี้ไว้เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว  แต่หากท่านใดที่มีนักบัญชีหรือผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้เป็นผู้ช่วยคอยให้คำปรึกษาก็คงเบาใจลงได้พอสมควร อย่างน้อยที่สุดสิ่งเหล่านี้ที่จะทำให้การชำระภาษีของเราเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมและสำคัญที่สุดคือเราจะประหยัดภาษีได้มากพอสมควร


ขอบคุณสาระน่ารู้จาก Flowaccount