การฝากขัง

            หากผู้ถูกกล่าวหา หรือ ผู้ต้องหาได้กระทำความผิด และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติหลักเกณฑ์และกำหนดเวลาในการควบคุมตัวผู้ต้องหา กล่าวคือ ห้ามมิให้ควบคุมผู้ถูกจับไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี โดยพนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้เพียง 48 ชั่วโมง นับแต่มาถึงสถานีตำรวจ หากไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว หรือหากมีความจำเป็นที่จะควบคุมผู้ถูกจับเกินกว่า 3 วัน เพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้น
โดยพนักงานสอบสวนหรืออัยการเป็นผู้มีหน้าที่ต้องยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล ขอหมายขังผู้ต้องหานั้นไว้ให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาว่าจะมีข้อคัดค้านประการใดหรือไม่ และศาลอาจเรียกพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมาชี้แจงเหตุจำเป็น หรืออาจเรียกพยานหลักฐานมาเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้

       กำหนดระยะเวลาคุมขัง ดังนี้
           1. ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังได้ครั้งเดียว มีกำหนดไม่เกิน 7 วัน
          2. ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินกว่า 6 เดือน แต่ไม่ถึง 10 ปี หรือปรับเกินกว่า 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติดๆ กันได้ แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน 12 วัน และรวมกัน ทั้งหมดต้องไม่เกิน 48 วัน
          3. ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม ศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติดๆ กันได้ แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน 12 วัน และรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 84 วัน

          เมื่อศาลสั่งขังครบ 48 วันแล้ว หากพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขังต่อไปอีกโดยอ้างเหตุจำเป็น ศาลจะสั่งขังต่อไปได้ก็ต่อเมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนได้แสดงถึงเหตุจำเป็น และนำพยานหลักฐานมาให้ศาลไต่สวน
 
          ในการขออนุญาตฝากขังครั้งที่ 1 พนักงานสอบสวน/อัยการ  ต้องนำผู้ต้องหา/จำเลย  มาศาลเพื่อขออนุญาต  และหากมีการฝากขังครั้งที่ 2 เป็นต้นไป  ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาวางแนวทางการขออนุญาตฝากขัง  โดยใช้ระบบขอฝากขังผ่านระบบ Video Conference โดยผู้ต้องหา/จำเลยไม่ต้องไปศาล

ขอบคุณข้อมูลดีดี : เพจสำนักงานกิจการยุติธรรมและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา