ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

           ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปที่มีเงินได้ ไม่ว่าประเภทใด ชนิดใด ถ้าไม่มีกฎหมายยกเว้นให้แล้วก็อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษี หรือคือภาษีที่เก็บจากหน่วยภาษีที่ทีลักษณะพิเศษตามที่กฎหมายกำหนด และมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งต้องนำแสดงต่อสำนักงานสรรพากรด้วยตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนด  โดยผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานี้ ได้แก่ บุคคลธรรมดา, ผู้ที่ถึงความตายระหว่างปีภาษี, กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มิใช่นิติบุคคล และ คณะบุคคลที่มิใช่บุคคล

           การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานี้ มีหลักการจัดเก็บ ซึ่งบางออกได้เป็น 2 หลักการ ดังนี้
           1. หลักแหล่งเงินได้ (SourceRule) อันได้แก่ เงินได้จากหน้าที่การงาน  กิจการที่ทำ หรือ กิจการของนายจ้าง  หรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นและอยู่ประเทศไทย
           2.หลักถิ่นที่อยู่ (Resident Rule) ได้แก่ ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย รวมกันถึง 180 วัน ในปีภาษีใด หรือ มีเงินได้จากแหล่งเงินได้ต่างประเทศ หรือ กิจการ หรือ ทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศ และมีผู้นำเข้ามาในประเทศไทยภายในปีภาษีเดียวกับปีที่เกิดเงินได้ขึ้น

          หลายคนกำลังกังวลใจว่าจะต้องเสียเป็นเงินจำนวนมากหน่อยเพียงใด และจะลดหย่อนภาษีให้ได้ด้วยวิธีการใดบ้าง และจ่ายภาษีให้น้อยลงอย่างไรได้บ้าง เราจะสรุปเป็นข้อๆให้ดังนี้
           1. ประกันสังคม ตามจำนวนจ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท
           2. ดอกเบี้ยเงินกู้  เพื่อซื้อบ้าน หรือคอนโด หรือเพื่ออยู่อาศัย หักภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่สูงสุดจะต้องไม่เกิน 100,000 บาท
           3. เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
          4. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund)  ใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15 % ของรายได้ต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี หากจะลงทุนใน RMF เพื่อลดหย่อนทางภาษีต้องไม่ลืมคำนึงถึงเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีที่กรมสรรพากรได้กำหนดไว้ด้วย
          5. กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund) สามารถใช้สิทธิ์หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15 % ของรายได้ต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
          6. เงินสมทบ กบข. และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยรวมทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
          7. เงินบริจาค เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา สามารถนำไปหักลดหย่อนได้เป็น 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินคงเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนอื่นๆ
          8. คู่สมรส ค่าลดหย่อนคู่สมรสจำนวน 30,000 บาท
          9. เลี้ยงดูบุตร และการศึกษาบุตร ลดหย่อนภาษีได้คนละ 15,000 บาท แต่ไม่เกิน 3 คน (สูงสุด 45,000 บาท)
          10. เลี้ยงดูบิดามารดา ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา คนละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท
           11. เบี้ยประกันเพื่อสุขภาพบิดามารดา ในกรณีที่บิดา มารดามีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และเราซื้อประกันเพื่อสุขภาพให้ท่าน สามารถนำค่าเบี้ยประกันเพื่อสุขภาพมาลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 15,000 บาท

           ผู้ยื่นภาษีจะต้องยื่นแบบแสดงรายการให้ถูกต้องตามประเภทที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งชำระภาษี (ถ้ามี) ได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่ง หรือ ที่ทำการไปรษณีย์ (เฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน กทม.) และเว็บไซต์ออนไลน์ของกรมสรรพาการ และอย่าลืมว่าจะต้องยื่นภาษีภายในเวลาที่กำหนด