เงื่อนไขการสมรส

           หลายท่านคงทราบอยู่แล้วว่า การสมรสนั้นเป็นสัญญาทางแพ่งอย่างหนึ่ง ซึ่งรัฐได้กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นเป็นกติกาสำหรับการสมรส เพื่อให้การสมรสระหว่างชายหญิงเป็นไปด้วยความเหมาะสมและมีผลทางกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของคู่สมรสเองและสังคมส่วนรวม เราเรียกกติกาเหล่านี้ว่า เงื่อนไขแห่งการสมรส ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้ 8 ประการ
            ประการแรก คือชายและหญิงจะต้องมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ เนื่องจากว่ากฎหมายต้องการให้คู่สมรสมีการเจริญเติบโตทางร่างกาย จิตใจ และสมองอย่างเต็มที่ มีความรู้สึกนึกคิดในการครองเรือน แต่มีเหตุจำเป็นที่ต้องทำการสมรส เช่น มีการตั้งครรภ์ก่อนอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ ฝ่ายที่อายุยังไม่ถึงต้องทำการยื่นขออนุญาตต่อศาลเพื่อให้ศาลอนุญาตให้ทำการสมรสก็ได้
            ประการที่สอง ชายและหญิงที่จะทำการสมรสนั้นจะต้องไม่เป็นคนที่มีจิตผิดปกติหรือที่เราเข้าใจทั่วไปว่าคนบ้า นอกจากนี้ยังรวมถึงบุคคลสติวิปลาส คือ ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่ไม่รวมถึงที่ประพฤติสุรุ่ยสุร่าย หรือติดสุรา
            ประการที่สาม  ชายและหญิงจะต้องไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตกัน เนื่องจากเป็นเหตุผลทางด้านการแพทย์ที่ป้องกันการทำให้บุตรที่เกิดมานั้นเป็นโรคทางสมอง อีกทั้งยังเป็นเหตุผลทางศีลธรรมด้วย เพราะการสมรสในสายเลือดเดียวกันหรือเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาย่อมกระทบความรู้สึกของคนในสังคม
           ประการที่สี่ ชายหรือหญิงที่จะสมรสกันนั้นจะต้องไม่เป็นคู่สมรสกับบุคคลอื่นอยู่ หรือที่เราเข้าใจกันว่าจะมีการสมรสซ้อนไม่ได้นั่นเอง
ประการที่ห้า คือชายและหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากัน ความยินยอมนี้คือความสมัครใจ และจะให้ใครมายินยอมแทนกันไม่ได้เพราะการสมรสนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของใครของมัน โดยต้องมาแสดงการยินยอมต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกการยินยอมด้วย
          ประการที่หก  ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรม โดยหลักแล้วจะสมรสกันไม่ได้ เพราะกฎหมายให้บุคคลทั้งสองเป็นบิดามารดาและบุตรกัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามซะทีเดียว เนื่องจากผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด กฎหมายจึงกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่า หากผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมสมรสกัน การรับบัตรบุญธรรมจะยกเลิกไปโดยผลของกฎหมายทันที
          ประการที่เจ็ด  กรณีหญิงหม้ายหรือหญิงที่เคยสมรสมาแล้วจะสมรสใหม่นั้น ไม่ว่าการสมรสครั้งก่อนจะสิ้นสุดด้วยเหตุสามีตายหรือการหย่าก็ตาม หากมีความประสงค์จะทำการสมรสครั้งใหม่จะต้องรอให้ครบระยะเวลาไม่น้อยกว่า 310 วันนับแต่วันที่ได้สิ้นสุดการสมรสครั้งก่อนเนื่องจากเป็นการป้องกันปัญหาว่าบุตรที่จะเกิดมาเป็นของใคร ส่วนในกรณีชายหม้ายสามารถทำการสมรสได้ทันทีไม่ต้องรอระยะเวลาดังกล่าวแต่อย่างใด
          ประการสุดท้าย ประการที่แปด กรณีผู้เยาว์จะทำการสมรส เนื่องจากกฎหมายเล็งเห็นว่าผู้เยาว์ยังอยู่ภายใต้การดูแลของบิดามารดาหรือผู้ปกครองซึ่งสามารถตัดสินใจเลือกคู่ครองให้แก่บุตรได้ดีกว่าตัวบุตรเอง พร้อมทั้งบิดามารดายังให้ความช่วยเหลือในด้านการเงินเกี่ยวกับการสมรสของบุตรได้ด้วย จึงสมควรที่ผู้เยาว์จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองก่อนจึงจะทำการสมรสที่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายได้
          เงื่อนไขการสมรสตามที่กฎหมายกำหนดไว้มีเพียง 8 ประการดังที่กล่าวมานี้เท่านั้น เหตุหรือเงื่อนไขอื่น ๆ ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของการสมรส เช่น ในขณะที่จดทะเบียนสมรสสามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่อ หรือสามีภริยานับถือศาสนาที่แตกต่างกัน เหตุต่างๆเหล่านี้ไม่ทำให้การสมรสเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์แต่อย่างใด