แบบแห่งการสมรส

คุณรู้หรือไม่ว่า การแต่งงาน ไม่ก่อให้เกิดสถานะสามีภริยา !
            ในปัจจุบันการที่ชายและหญิงจะตกลงเป็นสามีภริยากันโดยประสงค์ให้มีผลทางกฎหมายนั้น
จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยครอบครัวในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งระบุว่า เมื่อชายและหญิงได้จดทะเบียนสมรสกันต่อหน้านายทะเบียน ก็จะก่อให้เกิดผลเป็นสามีภริยาตามกฎหมายทันที แม้ว่าในทางปฏิบัติหากได้จดทะเบียนสมรสแต่ไม่ได้มีพิธีแต่งงานหรือชายหญิงไม่เคยอยู่กินกัน ความเป็นสามีภริยาตามกฎหมายก็ไม่ได้สิ้นสุดลงยังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายทุกประการ  และในเรื่องของการจดทะเบียนสมรสนั้นปกติแล้วประชาชนทั่วไปจะมีความเข้าใจว่า การจดทะเบียนสมรสจะต้องเดินทางไปที่ว่าอาการอำเภอหรือสำนักงานเขต แต่ในความเป็นจริง กฎหมายให้สิทธิชายหญิงสามารถร้องขอให้นายทะเบียนทำการสมรสภายนอกสำนักงานทะเบียนได้ เช่นที่บ้านของตน หรืองานเลี้ยงฉลองสมรส ทั้งนี้นายทะเบียนไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธการจดทะเบียน หากว่าชายหญิงคู่นั้นมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของการสมรสครบถ้วน
           การสมรสระหว่างชายหญิงดังกล่าวนอกจากจะกระทำในประเทศไทยแล้ว สามารถทำการสมรสกันในต่างประเทศก็ได้   โดยชายหญิงจะต้องแสดงความประสงค์จะทำการสมรสต่อพนักงานทูตหรือกงสุลไทยซึ่งทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนสมรส ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศนั้น ๆ ในขณะเดียวกันหากชายหญิงที่จะทำการสมรสในต่างประเทศไม่ประสงค์ทำการสมรสตามกฎหมายไทย ก็สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยการสมรสของประเทศนั้น ๆ ได้ ทั้งนี้ผลแห่งการสมรสดังกล่าวก็จะสมบูรณ์และได้รับรองตามกฎหมายไทยนั่นเอง
           อย่างไรก็ดี ภายใต้ความไม่แน่นอนในแต่ละวัน บางครั้งอาจทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสตามวิธีการปกติข้างต้นได้ เช่น ชายหญิงตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายใกล้ความตายหรืออยู่ในภาวะสงคราม กฎหมายจึงเปิดโอกาสให้มีการสมรสในเหตุฉุกเฉินได้ โดยชายและหญิงจะต้องแสดงเจตนาที่จะสมรสกันต่อหน้าบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะที่อยู่ ณ ที่นั้น ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะต้องจดแจ้งการแสดงเจตนาของชายหญิงไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปจดทะเบียนสมรสกันภายใน 90 วันหลังจากเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ผ่านพ้นไป การสมรสดังกล่าวจึงจะมีผลตามกฎหมาย
สุดท้ายแล้วไม่ว่าการสมรสของชายและหญิงจะจดทะเบียนโดยมีพิธีการทางศาสนาหรือไม่ จะจดทะเบียนภายในหรือนอกประเทศก็ตาม หากว่าการสมรสดังกล่าวได้กระทำตามแบบและเงื่อนไขของการสมรสตามกฎหมายไทยแล้วละก็ ชายและหญิงก็จะมีสถานะเป็นสามีภริยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถใช้เป็นหลักฐานอันแสดงต่อบุคคลภายนอกได้ และสำคัญที่สุดคือจะช่วยให้รัฐสามารถจัดหาบริการทางสังคมและจัดระบบการเก็บภาษีได้อย่างถูกต้องเหมาะสม