เข้าใจการดำเนินคดีอาญาเบื้องต้นง่ายๆใน 1 นาที

          เมื่อเกิดการกระทำความผิดขึ้น แน่นอนว่าต้องมีผู้เสียหาย สิ่งแรกที่ผู้เสียหายควรทำโดยด่วนคือการเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฟ้องร้องต่อศาล  เมื่อเจ้าหน้าที่รับทราบแล้ว จึงทำการสืบสวนหาผู้กระทำความผิด และเมื่อได้ตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งในที่นี่เราจะเรียกว่า “ผู้ต้องหา เมื่อผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้วนั้น ในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ก็จะทำการสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาที่พึงได้รับ   โดยระหว่างทำการสอบสวนนั้น ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวไว้ ไม่เกิน 48 ชั่วโมง และเจ้าหน้าที่จะต้องจัดเตรียมสำนวนเพื่อส่งให้กับอัยการ เพื่อพิจารณาว่าคดีที่เกิดขึ้นมีมูลเหตุ หรือหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหา หรือ ส่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ หากอัยการพิจารณาแล้ว “สั่งไม่ฟ้อง” นั่นหมายถึง มูลเหตุ และพยานหลักฐานที่มีไม่เพียงต่อต่อการเอาผิดและดำเนินคดีต่อผู้ต้องหา  แต่หากอัยการ “สั่งฟ้อง” ย่อมหมายถึง พยานหลักฐานที่มีในชั้นสอบสวนเพียงพอต่อการดำเนินคดีต่อผู้ต้องหานั่นเอง

          เมื่อถึงขั้นตอนที่อัยการส่งฟ้องต่อศาลชั้นต้น  ศาลจะพิจารณาเพื่อรับฟ้อง และมีการดำเนินกระบวนพิจารณา นัดวันพิจารณาคดี  ไต่สวน สืบพยาน และพิพากษาคดี และเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว   โจทก์ (ผู้เสียหาย) หรือ จำเลย (ผู้ต้องหา) ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ หรือ ไม่ยอมรับในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ก็สามารถอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว หากโจทก์ หรือ จำเลยยังไม่พอใจ ก็สามารถฎีกาต่อศาลฎีกาได้ แต่ศาลฎีกาได้พิพากษาแล้ว คำพิพากษาถือว่าเป็นที่สุด เนื่องจาก ศาลฎีกา ถือเป็นศาลสูงสุด  เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว ปรากฏว่าจำเลยมิได้กระทำผิดตามที่อัยการฟ้องจริง ศาลอาจมีคำสั่งให้ปล่อยตัว หรือ คำพิพากษาระบุว่า จำเลยกระทำผิดจริง ศาลย่อมกำหนดบทลงโทษที่จำเลยควรได้รับ ซึ่งโทษทางอาญาของไทย มีด้วยกัน 5 สถาน ได้แก่ ริบทรัพย์สิน  ปรับ กักขัง จำคุก  และ ประหารชีวิต หากจำเลยได้รับโทษสถาน “จำคุก” จะต้องถูกส่งตัวไปเรือนจำ ซึ่งตลอดระยะเวลารับโทษนั้น ทางเรือนจำจะมีกิจกรรมเพื่อบำบัด ฟื้นฟู แก้ไขพฤติกรรม และฝึกอาชีพให้แก่นักโทษ นักโทษบางรายมีความประพฤติที่ดีขึ้น ช่วยเหลือกิจการของทางเรือนจำได้ดี ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน เป็นนักโทษชั้นดี อาจได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด หรือ พักการลงโทษ หรือ ลดวันต้องโทษนั่นเอง

ที่มา : เพจสำนักงานกิจการยุติธรรม