ความแตกต่างของเอกสารที่ดินระหว่าง ครุฑเขียว ครุฑแดง ครุฑดำ

          การออกโฉนดที่ดินในประเทศไทยครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 มีการออกพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.๑๒๗ (พ.ศ.๒๔๕๑) ซึ่งได้รวบรวมการดำเนินการเรื่องที่ดินแต่ดั้งเดิมหลายฉบับไว้เป็นฉบับเดียว ต่อมามีการแก้ไขอีกหลายฉบับ ฉบับสุดท้ายคือพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๗๙ ซึ่งได้วิวัฒนาการ จนเป็นประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗  ใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  ต่าง ๆ สืบมาจนถึงปัจจุบัน โฉนดที่ดินเป็นใบสำคัญในการบอกถึงการครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น

          โดย “โฉนดที่ดิน หรือ (นส.4)” ซึ่งเป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจนที่สุด ซื้อขายได้ โอนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็อย่างที่เราส่วนใหญ่มีกันครอบครอง  เช่น ที่ดินในเมืองเกือบทั้งหมดก็จะมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด ซึ่งก็มีสัญลักษณ์เป็นตรา “ครุฑแดง”  แต่หากเป็นกรณี “หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ประเภท น.ส.3ก ซึ่งก็คือหนังสือคำรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้วมีเพียงสิทธิ์ครอบครอง ไม่มีกรรมสิทธิ์ ไม่สามารถซื้อขายโอน จำนองได้ ซึ่งออกในท้องที่ที่มีรูปถ่ายทางอากาศ เช่นนี้ก็จะมีสัญลักษณ์เป็นตรา “ครุฑเขียว” ส่วน “หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ประเภท นส.3 และ นส.3 ข” อันเป็นหนังสือคำรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้วมีเพียงสิทธิ์ครอบครอง ไม่มีกรรมสิทธิ์ ไม่สามารถซื้อขายโอน จำนองได้ แต่สองประเภทนี้จะไม่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ ทำให้สัญลักษณ์เป็นตรา “ครุฑดำ”นั่นเอง

          นอกจากข้อมูลข้างต้นแล้ว หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “โฉนดหลังแดง” กันมาบ้าง คำว่าโฉนดหลังแดงนั้น ไม่ได้มีความหมายเหมือนกับกรณีโฉนดที่มีสัญลักษณ์ครุฑแดง เนื่องจาก โฉนดหลังแดง หรือ นส.4 ประเภทนี้ เป็นกรณีที่มีการระบุในด้านหลังโฉนดไว้ว่า ห้ามโอนเอกสารสิทธิ์ ภายในระยะเวลา 5 – 10 ปี