ความเป็นโมฆะของการสมรส

             หากการสมรสใดทำโดยฝ่าฝืนเงื่อนไขแห่งการสมรส 8 ประการ ในบทความ“เงื่อนไขแห่งการสมรส”  ก็จะมีผลแตกต่างกันไปด้วย  หากเป็นเรื่องสำคัญ ผลแห่งการฝ่าฝืนก็จะเป็นโมฆะ คำว่า “โมฆะ” คือความเสียเปล่า หรือไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ โดยการสมรสจะเป็นโมฆะได้มี 4 กรณีคือ การที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบ้า, การที่ชายและหญิงนั้นเป็นญาติมีสายเลือดเดียวกัน, การสมรสซ้อน และ การสมรสที่คู่สมรสไม่ได้ยินยอมที่จะเป็นสามีภริยากัน

             ด้วยลักษณะของกฎหมายครอบครัวเป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน    ดังนั้นในการกล่าวอ้างว่า การสมรสใดเป็นโมฆะ มิใช่ว่าบุคคลใด ๆ จะกล่าวอ้างก็ได้ จะต้องให้ศาลได้มีคำพิพากษาว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะก่อน อย่างไรก็ตามหากการสมรสนั้นเป็นโมฆะเพราะฝ่าฝืนเงื่อนไข   การสมรสซ้อน กฎหมายให้สิทธิแก่ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะยกขึ้นกล่าวอ้างทันทีเลยก็ย่อมได้หรือจะขอให้ศาลมีคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะก็ได้เช่นกัน

             ต่อมาเมื่อศาลได้แสดงความเป็นโมฆะของการสมรสแล้วคำพิพากษาดังกล่าวจะทำให้เกิดผล กล่าวคือ ในเรื่องของทรัพย์สิน ถือว่าไม่มีความสันพันธ์ใดต่อกันเลยของสามีภริยาตั้งแต่ต้น  ทรัพย์สินที่หากันมาได้ระหว่างการสมรสที่เป็นโมฆะนี้ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์รวมของทั้งสองฝ่ายเท่าๆกัน จึงต้องนำมาแบ่งกันคนละครึ่ง ส่วนในเรื่องของความสัมพันธ์ส่วนตัวของสามีภรรยา กฎหมายเห็นว่าไม่สามารถทำให้กลับสู่สภาพเดิมได้ตั้งแต่แรก จึงให้มีผลนับแต่วันที่ศาลได้แสดงความเป็นโมฆะ แต่หากคู่สมรสฝ่ายที่สุจริตได้สิทธิใดๆ มาก่อนการที่ศาลจะมีคำพิพากษาก็ไม่เสียสิทธิไป เช่น สิทธิในการรับมรดกของสามี นอกจากนี้ถ้าหากชายหรือหญิงฝ่ายเดียว เป็นฝ่ายสมรสโดยสุจริต ฝ่ายนั้นก็ยังมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากฝ่ายที่ไม่สุจริตได้

            การสมรสที่เป็นโมฆะนี้ ในบางครั้งอาจจะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก กฎหมายจึงให้ความคุ้มครองบุคคลภายนอกที่สุจริตไม่ให้ได้รับความเสียหายจากการสมรสที่เป็นโมฆะนี้ เช่น   พี่ชายกับน้องสาวสมรสกันต่อมาไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ในครอบครัวอันเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา  ดังนั้นแม้ว่าศาลจะพิพากษาให้การสมรสเป็นโมฆะ พี่ชายและน้องสาวดังกล่าวก็ยังคงต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ที่ก่อขึ้น  และผลประการสุดท้ายคือในกรณีของบุตร เด็กที่เกิดในเวลาก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือภายใน 310 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษาให้การสมรสเป็นโมฆะ บุตรที่เกิดมานั้นมีสถานะเป็นลูกของชายผู้เป็นสามีหรือเคยเป็นสามี เพราะกฎหมายเห็นว่าบุตรไม่มีส่วนร่วมในการกระทำการสมรสอันเป็นโมฆะจึงควรได้รับความคุ้มครองให้เป็นบุตรโดยชอบของทั้งสามีและภริยา