สัญญาระหว่างสามีภริยา

           สามีภริยาสามารถทำสัญญาต่อกันได้  ไม่ว่าจะเป็นสัญญาก่อนสมรส หรือสัญญาระหว่างสมรสเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สิน ซึ่งกฎหมายได้เปิดโอกาสให้สามีภริยาเลือกวิธีการจัดการทรัพย์สินที่เหมาะสมกับครอบครัวตนเองเพื่อให้ดำรงไว้ซึ่งความผาสุกในครอบครัว

            การทำสัญญาก่อนสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สิน  ในประเทศไทยนั้น สามีภริยาจะต้องจดแจ้งสัญญาดังกล่าวไว้ในทะเบียนสมรสหรือจะทำเป็นหนังสือแยกต่างหากแนบไว้ท้ายทะเบียนสมรสก็ได้

             ตามหลักของการทำสัญญาก่อนสมรสเมื่อทำขึ้นแล้วจะผูกพันคู่สมรสตลอดไปจะเปลี่ยนแปลงเพิกถอนสัญญาก่อนสมรสนั้นไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล หากว่าคู่สมรสขืนตกลงเปลี่ยนแปลงสัญญาโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือคู่สมรสกำหนดเงื่อนไขหรือข้อสัญญาให้สามารถแก้ไขสัญญาก่อนสมรส ถึงเป็นข้อตกลงที่ขัดต่อกฎหมาย ก็จะไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสัญญาก่อนสมรสแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามแม้กฎหมายให้สิทธิคู่สมรสในการกำหนดระบบจัดการทรัพย์สินให้แตกต่างจากบทกฎหมาทั่วไปในเรื่องการจัดการทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาได้ แต่ผลของการทำสัญญาก่อนสมรสนั้น มีผลผูกพันเฉพาะสามีภริยาที่ทำสัญญากันเท่านั้น สำหรับบุคคลภายนอกยังคงต้องถือตามระบบทรัพย์สินตามกฎหมายทั่วไป เว้นแต่ว่าบุคคลภายนอกนั้นจะได้รู้ว่าสามีภริยาได้ตกลงทำสัญญาก่อนสมรสกัน 

            แต่เมื่อใดที่สามีภริยาทำการสมรสกันแล้ว สามีภริยาย่อมมีสิทธิทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินได้เหมือนบุคคลอื่นทั่ว ๆ ไป สัญญาระหว่างสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น สัญญาที่มีวัตถุแห่งหนี้เป็นทรัพย์สิน เช่น สัญญายกทรัพย์สินให้แก่กัน สัญญาซื้อขาย สัญญาแลกเปลี่ยน ยังรวมไปถึงสัญญาเพื่อแบ่งสินสมรส สัญญาระหว่างสมรสกฎหมายไม่ได้กำหนดแบบเอาไว้เป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ดีห้ามไม่ให้ทำสัญญาระหว่างสมรสในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการสินสมรสที่สำคัญที่สามีภริยาจะต้องจัดการร่วมกัน เช่น การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน การให้กู้ยืม การให้เช่า เป็นต้น เนื่องจากการทำสัญญาระหว่างสมรสนั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจตกอยู่ในอิทธิพลของความรักความเสน่หา ทำให้จำต้องยอมทำสัญญาระหว่างสมรสซึ่งทำให้ตนเองเสียประโยชน์ กฎหมายจึงอนุญาตให้สามีหรือภริยาบอกล้างสัญญานั้นได้ในระหว่างสมรสหรือภายในหนึ่งปีนับจากการสมรสสิ้นสุดลง ซึ่งการบอกล้างสัญญานั้น ก็จะทำให้สามีภริยากลับคืนสู่สถานะเดิม ดังว่าไม่เคยได้ทำสัญญาระหว่างสมรส