ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร  

             เมื่อชายและหญิงอยู่กินฉันสามีภริยาจนเกิดบุตร การที่จะกำหนดให้บุตรที่เกิดมาเป็นบุตรของใครนั้น  ในด้านของมารดาไม่มีปัญหาเพราะเป็นที่พิสูจน์ได้อีกทั้งกฎหมายได้รับรองไว้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ เด็กถือเป็นบุตรโดยชอบของมารดาทั้งสิ้น ส่วนในกรณีของบิดานั้นพิสูจน์ได้ยากจึงต้องมีกฎหมายวางบทสันนิษฐานเอาไว้ เช่น ในกรณีที่เด็กเกิดขณะหญิงเป็นภริยาชายนั้นถือเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชาย  ส่วนในกรณีการสมรสที่ชายหรือหญิงมีคู่สมรสของตนอยู่แล้ว ทำให้การสมรสนั้นเป็นโมฆะหรือเป็นกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้การสมรสเป็นโมฆะไม่ว่ากรณีใด ๆ ตามที่ได้กล่าวไปในบทความก่อน ๆ  บุตรที่เกิดมานั้น กฎหมายให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีที่ได้จดทะเบียนสมรสซ้อน หรือจดทะเบียนกันก่อนที่ศาลพิพากษาให้เป็นโมฆะนั่นเอง  ข้อสันนิษฐานเช่นนี้ให้ใช้กับกรณีที่การสมรสที่เป็นโมฆียะซึ่งถูกศาลเพิกถอนภายหลังด้วย  เนื่องจากการเพิกถอนไม่กระทบกระเทือนต่อการเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชายและหญิง แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นกรณีที่หญิงไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับชาย แต่เกิดการตั้งครรภ์จนคลอดบุตรออกมานั้น เด็กที่เกิดออกมานั้นถือเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงเพียงผู้เดียวเท่านั้น บิดาจึงไม่ใช่ผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรและไม่ใช้ผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรแต่อย่างใด

           จากกรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันทำให้บุตรเป็นบุตรโดยชอบของมาดาเพียงผู้เดียวข้างต้นนั้นกฎหมายได้กำหนดช่องทางที่จะทำให้บุตรเป็นบุตรโดยชอบของบิดาได้ หากว่าได้ดำเนินการดังต่อไปนี้ ลำดับแรก บิดาและมารดาของเด็กได้ไปจดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง หรือจะดำเนินการให้บิดาและมารดาพร้อมกับเด็กได้ไปจดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตร ซึ่งในกรณีนี้มารดาและเด็กจะต้องให้ความยินยอมต่อหน้านายทะเบียนได้ และเด็กจะต้องมีอายุตั้งแต่ ๗ ปี  ขึ้นไปและสามารถให้ความยินยอมได้ (สามารถตอบคำถามเจ้าพนักงานได้)  โดยสามารถไปติดต่อขอจดทะเบียนรับรองบุตรได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ หรือลำดับสุดท้ายคือ ให้บิดาหรือมารดาหรือเด็กฟ้องคดีต่อศาลให้ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาว่าเป็นบิดาหรือเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย

           ในกรณีที่ได้มีการปฏิบัติลำดับข้างต้นอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วนั้น  มีผลให้ถือว่าเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายนับตั้งแต่วันที่เด็กเกิดเป็นต้นไป ซึ่งผลของการที่เด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดานั้น ก่อให้เกิดผลในทางกฎหมายอันเป็นประโยชน์ต่อตัวบุตรหลายประการ ไม่ว่าจะสิทธิเบิกค่าเล่าเรียนบุตร  สิทธิในการเบิกค่ารักษาพยาบาล สิทธิในมรดก ในขณะเดียวกันบิดามารดาสามารถใช้อำนาจปกครองบุตรและเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมได้อย่างเต็มที่ด้วย