ทวงหนี้อย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย รู้ไว้ก่อนทวง!

        ในชีวิตนี้คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้  แต่หากใครตกอยู่ในสถานะลูกหนี้ แล้วก็คงต้องก้มหน้าหาหนทางชดใช้หนี้สินที่มีอยู่  ให้หมดไป  โดยในบทความนี้ เราได้สรุปสาระสำคัญในการทวงหนี้อันเป็นประโยชน์และเป็นสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ควรรู้

        "ผู้ทวงถามหนี้" คือ เจ้าหนี้ ผู้ให้กู้เงิน ไม่ว่าจะโดยถูกกฎหมายหรือไม่ก็ตาม รวมถึงผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ให้ทวงถามหนี้

        "ธุรกิจทวงถามหนี้" คือ ผู้ประกอบธุรกิจรับจ้างทวงหนี้ ซึ่งต้องได้รับการจดทะเบียนทวงถามหนี้ต่อนายทะเบียน กรณีผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้เป็นทนายความ ให้จดทะเบียนกับสภาทนายความ

        ในส่วนของบุคคลหรือ สถานประกอบการใดที่ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ จะต้องมีได้รับอนุญาตจากหน่วยงานรัฐและมีคุณสมบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย และดังนี้
        1. ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ต่อนายทะเบียน
       2.  ต้องไม่ใช่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ทหาร ตำรวจ ประกอบธุรกิจรับทวงหนี้ หรือไปช่วยคนอื่นทวงหนี้ที่ไม่ใช่หนี้ของตัวเอง เว้นแต่เป็นหนี้ของสามีภรรยา พ่อแม่ หรือลูก ให้สามารถทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย
       3.  กรณีผู้ที่ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้อยู่หน้านี้ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 90 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ (2 กันยายน) โดยระหว่างนี้ให้ยังประกอบธุรกิจได้อยู่

ทวงหนี้อย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย รู้ไว้ก่อนทวง!
       ลูกหนี้บางรายก็สุดจะทวงยากทวงเย็น ด้วยอาจจะไม่มี หรือ อาจมีแต่ไม่ยอมใช้  เจ้าหนี้อาจต้องใช้ความอดทนและใช้ความใจเย็นเข้าช่วย แต่สิ่งที่เจ้าหน้าควรรู้คือ จะทวงหนี้อย่างไม่ให้ผิดกฎหมาย

        โดยสาระสำคัญของ พ.ร.บ.การทวงหนี้ 2558 ฉบับนี้ ได้ระบุสิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้ที่ต้องรับทราบและถือปฏิบัติต่อลูกหนี้อย่างเหมาะสม และบทลงโทษเจ้าหนี้ในกรณีที่เจ้าหนี้กระทำการไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ  โดยข้อปฏิบัติที่เจ้าหนี้พึงกระทำต่อลูกหนี้มีดังนี้
        1. ห้ามทวงหนี้กับคนที่ไม่ใช่ลูกหนี้ เว้นแต่เป็นบุคคลที่ลูกหนี้ระบุให้ไปทวงถาม
       2. ต้องแสดงตัวทุกครั้งในการไปทวงหนี้ แจ้งชื่อ-สกุล พร้อมแสดงเจตนาว่าต้องการถามหาข้อมูลเพื่อติดต่อลูกหนี้
       3. ห้ามเผยข้อมูลการเป็นหนี้ของลูกหนี้
       4. ห้ามหลอกลวงเพื่อให้ได้ข้อมูลของลูกหนี้
       5. ติดต่อลูกหนี้ในวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.00-20.00 น. หรือ ในวันหยุด ช่วงเวลา 08.00 – 18.00 น.
       6. ติดต่อลูกหนี้ในจำนวนครั้งที่เหมาะสม
       7. หากรับอำนาจให้มาทวงหนี้ต้องแสดงหลักฐานด้วย

       เจ้าหนี้บางรายใช้วิธีการทวงหนี้ที่ดูจะโหดร้ายเกินไป ในกรณีนี้ก็ลูกหนี้สามารถร้องเรียงต่อคณะกรรมการกำกับการทวงหนี้ประจำจังหวัดได้ หากเจ้าหนี้ไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติข้างต้นหรือปฏิบัติต่อลูกหนี้รุนแรงเกินกว่าเหตุ  ดังนี้
       1. ปฏิบัติต่อลูกหนี้อย่างไม่เป็นธรรม เอารัดเอาเปรียบ
       2. ข่มขู่ และหรือ ใช้ความรุนแรงต่อลูกหนี้ ให้ลูกหนี้ได้รับความเจ็บช้ำทั้งกายและใจ
       3. ดูหมิ่นหรือพูดจาไม่สุภาพ
       4. ส่งเอกสารระบุข้อความแสดงการทวงหนี้ชัดเจน
       5. เปิดเผยความลับการเป็นหนี้ของลูกหนี้ ให้บุคคลอื่นทราบ
       6. หลอกลวง ใช้กลอุบายให้ลูกหนี้เข้าใจคลาดเคลื่อนหรือ เข้าใจผิดจากความจริง
       7. เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการทวงหนี้เกินอัตรา
       8. เสนอให้จ่ายเช็คแทนทั้งที่รู้ว่าไม่มีเงินชำระ

         และหากคณะกรรมการกำกับการทวงหนี้ประจำจังหวัดได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกหนี้ และตรวจสอบแล้วพบว่าเจ้าหนี้ได้กระทำการโดยมิชอบ หรือ ไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่กำหนดข้างต้น  เจ้าหนี้ย่อมมีความผิด และได้รับบทลงโทษ โดยหากฝ่าฝืน ทวงหนี้นอกเหนือเวลาที่กำหนด มีโทษ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และจะถูกสั่งระงับการดำเนินการดังกล่าว หรือ หากเจ้าหนี้ข่มขู่และใช้ความรุนแรงแก่ลูกหนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และ ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท

ขอบคุณข้อมูลจาก เพจฎีกาน่าสนใจ/ข่าวสารและงานว่างกฎหมาย

22815066_860501430801984_373772285352595307_n.jpg